คุณสืบ นาคะเสถียร

posted on 04 Sep 2011 23:39 by perapat508
คุณสืบ นาคะเสถียร หรือนามเดิม สืบยศ
เป็นชาวอำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี
เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ ๓๑ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๙๒
ที่ตำบลท่างาม อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี 
บิดาชื่อ นายสลับ นาคะเสถียร อดีต
ผู้ว่าราชการ จังหวัดปราจีนบุรี
มารดาชื่อ นางบุญเยี่ยม นาคะเสถียร มีพี่น้อง
ทั้งหมด ๓ คน โดยคุณสืบ เป็นบุตรชายคนโต
น้องชาย และน้องสาวอีก ๒ คน คือ 
คุณกอบกิจ นาคะเสถียร และคุณกัลยา รักษาสิริกุล
คุณสืบมีบุตรสาว ๑ คน ชื่อนางสาวชินรัตน์ นาคะเสถียร
 
 ปัจจุบันอายุ ๒๔ ปี (พ.ศ.๒๕๔๔) 





 ชีวิตและการทำงาน 


โดยที่สายตระกูลของคุณสืบ นาคะเสถียร  เป็นครอบครัวของชาวนา ชีวิตในช่วงปฐมวัยจึงต้องช่วยทำงานในนาของมารดา เมื่อว่างจากภาระดังกล่าวก็ออกท่องเที่ยวกับเพื่อน ๆ โดยมีไม้ง่ามหนังสะติ๊กคู่ใจ 

 

ได้เข้าเรียนชั้นประถมต้นที่โรงเรียนประจำจังหวัดปราจีนบุรี  ช่วงปิดเทอมว่างจากการเรียน ก็จะออกไปช่วยทางบ้านเสริมแนวคันนา เพื่อไม่ให้มีข้อพิพาทกับเพื่อนบ้าน ทำงานกลางแจ้งทั้งวัน  แม้แดดจะร้อนก็มิเคยปริปากบ่น ครั้นเรียนจบชั้นประถม ๔ ต้องจากครอบครัวไปเรียนที่โรงเรียนเซนต์หลุยส์  จังหวัดฉะเชิงเทรา จนกระทั่งเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ ในสมัยนั้น คุณสืบ มีบุคลิกประจำตัวคือ เมื่อสนใจหรือตั้งใจจะทำอะไรแล้วก็จะมีความมุ่งมั่นตั้งใจทำจริงจัง จนประสบความสำเร็จ และเป็นผู้ที่มีผลการเรียนดีมาโดยตลอด 

edit @ 4 Sep 2011 23:54:35 by Perapat508

คำถามทบทวน

posted on 21 Aug 2011 01:01 by perapat508

1. มัลติมีเดียคืออะไร เกี่ยวข้องกับการนำเสนอข้อมูลอย่างไร

ตอบ มัลติมีเดียคือสื่อต่างๆไม่ว่าจะเป็นข้อความ รูป วีดีโอ หรืออื่นๆ ซึ่งจะทำหน้าที่หลักในการนำเสนอข้อมูล เช่น การใช้โปรแกรม Microsoft PowerPoint ในการนำเสนอข้อมูลเป็นตัวอักษร รูปภาพ หรืออื่นๆ

2. การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบเว็บไซต์ดีกว่าเอกสารสิ่งพิมพ์อย่างไร

ตอบ - สามารถเผยแพร่ได้กว่างไกล

    - ลดการสิ้นเปลืองของอุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ในการพิมพ์เช่น เครื่องพิมพ์,หมึกพิมพ์,วัสดุที่ใช้ในการพิมพ์

    - มีรูปแบบในการนำเสนอที่ดีกว่าเช่น การนำเสนอเป็นภาพเคลื่อนไหว,การใส่เพลงหรือเสียงอื่นๆ

3. Microsoft PowerPoint สามารถนำเสนอข้อมูลในรูปแบบไดได้บ้าง

ตอบ ตัวอักษร,รูปภาพ,เสียง,ภาพเคลื่อนไหว,กราฟต่างๆ

4. การเชื่อมโยงภายในและภายนอก Microsoft PowerPoint แตกต่างกันอย่างไร

ตอบ การเชื่อมโยงภายในจะเป็นการเชื่อมโยงระหว่างสไลด์ภายในไฟล์นำเสนอเดียวกันส่วนการเชื่องโยงภายนอกจะเป็นการเชื่อมโยงไปยังไฟล์นอกไฟล์นำเสนอเช่นการเชื่อมโยงไปยังโปรแกรมอื่นๆ,การเชื่องโยงไปยังเว็บไซต์

5. นอกจากคอมพิวเตอร์แล้วยังมีเทคโนโลยีใดที่ช่วยส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลบ้าง

ตอบ  โทรศัพท์มือถือ,ipad,โปรเจคเตอร์,ทีวี

6. นักเรียนคิดว่าการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดสามารถทำได้ง่ายที่สุด เพราะเหตุใด

ตอบ การนำเสนอโดยใช้โปรแกรม Microsoft PowerPoint เพราะเป็นโปรแกรมที่ใช้งานง่าย มีเครื่องมือในการทำงานที่ไม่ซับซ้อน และสามารถนำเสนอได้หลากหลายรูปแบบอย่างสวยงาม

7. การตกแต่งนั้นสามารถทำได้โดยการเลือกที่แม่แบบใน Microsoft PowerPoint สามารถทำได้อย่างไร

ตอบ เลือกเมนูออกแบบจากนั้นจะมีแม่แบบขึ้นมาตรงชุดรูปแบบข้อมูลให้เราเลือก

8. การกำหนดกล่องข้อความ หรือกำหนดวัตถุให้เคลื่อนไหวใน Microsoft PowerPoint สามารถตั้งค่าได้ที่ใด

ตอบ ไปที่เมนูภาพเคลื่อนไหวจากนั้นเลือกที่ภาพเคลื่อนไหวแบบกำหนดเองจากนั้นไปเลือกที่กล่องข้อความหรือวัตถุที่ต้องการให้เคลื่อนไหวจากนั้นก็ตั้งค่ารูปแบบการเคลื่อนไหวได้ตามต้องการ

9. ยกตัวอย่างซอฟต์แวร์ ที่ใช้สำหรับ นำเสนอข้อมูล ตัวหนังสือ หรืออักษรมาอย่างน้อย 3โปรแกรม

ตอบ  - PresenterSoft MediaEasy

     - Tourweaver

     - Microsoft PowerPoint

10. ถ้าไม่มีกล่องข้อความใน Microsoft PowerPoint จะสามารถสร้างงานนำเสนอได้หรือไม่อย่างไร

ตอบ ได้โดยการใส่ตัวอักษรด้วยวิธีอื่นๆเช่นอักษรศิลป์,ใส่ในรูปร่าง หรือนำเสนอเป็นรูปแบบอื่นๆเช่นรูปภาพ,ภาพเคลื่อนไหว,เสียง

11. เครื่องพิมพ์เป็นฮาร์ดแวร์ที่จำเป็นสำหรับการนำเสนอข้อมูลด้วย Microsoft PowerPoint หรือไม่อย่างไร

ตอบ ไม่เพราะการนำเสนอด้วย Microsoft PowerPoint สามารถนำเสนอผ่านทางโปรเจคเตอร์หรือคอมพิวเตอร์ได้และการนำเสนอด้วนการพิมพ์ไม่เหมาะกับ Microsoft PowerPoint เพราะจะทำให้ไม่สามารถแสดงเป็นภาพเคลื่อนไหวหรือเสียงได้

12. Microsoft PowerPoint สามารถ แทรกรูปภาพ ภาพยนตร์ และเสียงได้หรือไม่ ถ้าได้มีวิธีการอย่างไร

ตอบ ได้โดยไปที่เมนูแทรกจากนั้นเลือกสิ่งที่เราต้องการจะแทรกลงไปได้เลย

13. การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิ แผนผัง และ กราฟดีกว่าการนำเสนอข้อมูลด้วยตัวหนังสือ หรือตัวอักษรอย่างไร

ตอบ ทำให้ผู้รับชมการนำเสนอสามารถเข้าใจข้อมูลได้ง่ายเนื่องจากการนำเสนอเป็นกราฟจะทำให้ข้อมูลดูเป็นระบบสามารถเปรียบเทียบกันได้ง่ายกว่าการนำเสนอเป้นตัวหนังสือ

14. การสร้างงานนำเสนอด้วย Microsoft Power Point สำหรับผู้รับข้อมูล 20 คนพร้อมกันจะต้องใช้ฮาร์ดแวร์และซอร์ฟแวร์ใดบ้าง

ตอบ ฮาร์ดแวร์ ได้แก่ คอมพิวเตอร์   โปรเจคเตอร์

    ซอร์ฟแวร์ ได้แก่ โปรแกรมMicrosoft Power Point

15. ยกตัวอย่างเทคโนโลยีที่ส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบตัวหนังสือหรือตัวอักษร รูปภาพหรือภาพนิ่ง แผนภูมิ แผนผัง กราฟ เสียง และภาพเคลื่อนไหวได้พร้อมกัน

ตอบ โทรทัศน์,โปรแกรม Microsoft Power Point,ipad

 


ประวัติการพัฒนาภาษาปาสคาล
 
Thanks: ฝากรูป" alt="" width="222" height="214" />
 

ประมาณปี ค.ศ.1970 ภาษาระดับสูงภาษาหนึ่งได้ถูกสร้างโดยดร.นิคลอล เวียร์ต
(Professor Doctor Niklaus Wirth) ชาวเมืองซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ซึ่งต้องการพัฒนาให้เป็นภาษาสำหรับฝึกเขียนโปรแกรมสั่งงานคอมพิวเตอร์
อย่างมีระบบระเบียบ และได้กำหนดให้ภาษาใหม่นี้ชื่อว่า ภาษาปาสคาล
(Pascal Language) เพื่อเป็นเกียรติแก่ Blaise Pascal
ผู้สร้างเครื่องคิดเลขเครื่องแรกของโลก

 
 1.1 โครงสร้างของโปรแกรมภาษาปาสคาล
โปรแกรมในภาษาปาสคาล แบ่งเป็น 3 ส่วนคือ
1. ส่วนหัว (Heading) เป็นการประกาศชื่อของโปรแกรม ขึ้นต้นด้วยคำว่า PROGRAM ตามด้วยชื่อของโปรแกรม และจบบรรทัดด้วย ;
รูปแบบ

PROGRAM ชื่อโปรแกรม (รายชื่ออุปกรณ์);

ตัวอย่าง
PROGRAM EXAM1;
PROGRAM EXAM1(INPUT,OUTPUT);

ข้อสังเกต ชื่ออุปกรณ์ คือ INPUT, OUTPUT หรือชื่อของไฟล์ที่เกี่ยวข้องภายในโปรแกรมถ้าไม่ระบุจะถือว่า INPUT เข้าทาง keyboard และ OUTPUT ออกทางจอภาพ
2. ส่วนข้อกำหนด (Declaration part) คือส่วนตั้งแต่ส่วนหัวไปจนถึงคำว่า BEGIN ของโปรแกรมหลัก และเป็นส่วนที่เรากำหนดค่าต่าง ๆ ดังนี้
2.1 VAR เป็นการกำหนดแบบของข้อมูลให้แก่ตัวแปร
รูปแบบ


VAR รายชื่อตัวแปร : ประเภทของข้อมูล;

ตัวอย่าง

VAR I,J,K : INTEGER;
NAME : STRING;
SALARY : REAL;

2.2 TYPE เป็นการกำหนดแบบของข้อมูลขึ้นใหม่

รูปแบบ

TYPE ชื่อของแบบ = ประเภทหรือค่าของข้อมูล;

ตัวอย่าง

TYPE SCORE = INTEGER;
WEEK = (MON, TUE, WED, THU, FRI);
VAR TEST, MIDTERM, FINAL : SCORE;
DAY : WEEK;

จากตัวอย่างต้องประกาศชื่อแบบของตัวแปรก่อนแล้วจึงประกาศชื่อตัวแปรที่เป็นแบบ
2.3 CONST เป็นการกำหนดค่าคงที่

รูปแบบที่ 1

CONST รายชื่อค่าคงที่ = ค่าที่กำหนด;

รูปแบบที่ 2

CONST รายชื่อค่าคงที่ : ประเภทของข้อมูล = ค่าที่กำหนด;

ตัวอย่าง

CONST HEAD = ‘EXAMINATION’;
CONST A = 15;
CONST SALARY : REAL = 8000.00;

2.4 LABEL ใช้คู่กับคำสั่ง GOTO ภายในโปรแกรม

รูปแบบ 

LABEL รายชื่อของ LABEL;

ตัวอย่าง

LABEL 256,XXX;

เช่น GOTO 256; GOTO XXX;

3. ส่วนคำสั่งต่าง ๆ (Statement Part) เป็นส่วนสุดท้ายของโปรแกรม ขึ้นต้นด้วย “BEGIN” และปิดท้ายด้วย “END.”

ตัวอย่าง

BEGIN
Statement หรือคำสั่งต่าง ๆ ;
END.

1.2 ชื่อ (Identifier)
ชื่อ คือคำที่ตั้งขึ้นเพื่อกำหนดใช้เป็นชื่อของโปรแกรม โปรแกรมย่อย ตัวแปร แบบของตัวแปร และค่าคงที่

การตั้งชื่อ
1. ตัวอักขระ (character) ที่นำมาใช้ คือ ตัวอักษร ตัวเลข และ (_) Underline
2. จะนำเครื่องหมายใด ๆ มาใช้เป็นชื่อไม่ได้
3. ขึ้นต้นด้วยตัวอักษร หรือขีดล่าง
4. ความยาวของชื่อไม่เกิน 30 ตัว แต่จะมีความหมายเพียง 8 ตัวแรกเท่านั้น

1.3 คำ (Word)
คำในภาษาปาสคาล แบ่งออกเป็น 2 พวก คือ
1. พวกที่เกี่ยวข้องกับข้อมูล ได้แก่ แบบของข้อมูล ตัวแปร และค่าคงที่
2. พวกที่เกี่ยวกับคำสั่ง ได้แก่ คำสงวน (Reserved word) คำมาตรฐาน (Standard word) คำใหม่ (User defined word)

1.4 ข้อมูล (Data)
ภาษาปาสคาล แบ่งประเภทของข้อมูลเป็น 4 แบบ คือ แบบมาตรฐาน แบบผู้เขียนโปรแกรมกำหนด แบบโครงสร้าง และแบบพอยน์เตอร์
แบบมาตรฐาน เป็นข้อมูลพื้นฐานที่ใช้ในโปรแกรมทั่ว ๆ ไป เป็นข้อมูลที่มีค่าเป็นลำดับที่มีค่ามากน้อยตามลำดับ แบ่งเป็น 5 ประเภท
1. Integer เป็นข้อมูลเลขจำนวนเต็ม
2. Real เป็นข้อมูลเลขจำนวนจริงมีทศนิยม
3. Character เป็นข้อมูลตัวอักษร
4. String เป็นข้อมูลของชุดตัวอักษร เช่น String [30] เป็นการะบุค่าของสตริงว่ามีขนาด 30 ตัวอักษร
5. Boolean เป็นข้อมูลที่มีค่าเป็นไปได้ 2 ค่า คือ เป็นจริง (true), เป็นเท็จ (false) ตัวดำเนินการ (operators) ที่ใช้ในภาษาปาสคาล ได้แก่
NOT ให้กลับค่าทางคณิตศาสตร์ของ Boolean เช่น Not true เป็น false
* ให้คูณเลขทางซ้ายกับเลขทางขวา
/ ให้หารโดยเลขทางซ้ายเป็นตัวตั้ง เลขทางขวาเป็นตัวหาร
DIV ให้หารแบบตัดเศษทิ้ง ใช้ได้เฉพาะเลขจำนวนเต็มคู่
MOD ให้หาเศษของการหาร ใช้ได้เฉพาะเลขจำนวนเต็มคู่
AND ให้ความเป็นจริง เมื่อทั้ง 2 กรณีเป็นจริงทั้งคู่
OR ให้ความเป็นจริง เมื่อกรณีใดกรณีหนึ่งเป็นจริง เช่น (X MOD Y = 0) 0R (x-y = 0) ข้อความนี้เป็นจริงเมื่อ X หารด้วย Y ลงตัว หรือเมื่อ X-Y เป็นศูนย์อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้ง 2 อย่าง
XOR ให้ความเป็นจริง เมื่อกรณีใดกรณีหนึ่งเป็นจริงเท่านั้น เช่น (X MOD Y Y= 0) XOR(X-Y=0) ข้อความนี้เป็นจริงเมื่อ X หารด้วย Y ลงตัว หรือเมื่อ X-Y เป็น 0 อย่างใดอย่างหนึ่งแต่ไม่ใช่ทั้ง 2 อย่างพร้อมกัน

     แบบผู้เขียนโปรแกรมกำหนดขึ้น ภาษาปาสคาลอนุญาตให้ผู้เขียนโปรแกรมกำหนดรูปแบบของข้อมูลขึ้นมาใช้งานเฉพาะภายในโปรแกรมได้เอง โดยการประกาศไว้ในคำสั่ง VAR หรือ TYPE แบ่งเป็น 2 แบบ
1. กำหนดแบบใหม่ เป็นการกำหนดรูปแบบใหม่ ๆ เพื่อใช้เฉพาะโปรแกรมนั้น ๆ

ตัวอย่าง

TYPE color = (yellow,blue,red);
VAR dd = color;

ดังนั้น dd เป็นตัวแปรที่มีค่า 3 ค่า คือ yellow, blue, red

2. กำหนดช่วงของค่าข้อมูล เป็นการกำหนดช่วงของค่าของข้อมูลเฉพาะตัวแปรใดตัวแปรหนึ่งที่ใช้ภายในโปรแกรม

ตัวอย่าง
TYPE NUM = 0..50;
VAR X : NUM;

ดังนั้น X จะเป็นตัวแปรที่มีค่าในช่วง 0 ถึง 50
     แบบโครงสร้าง เป็นการนำเอาข้อมูลแบบมาตรฐานหรือข้อมูลที่ผู้เขียนโปรแกรมกำหนดขึ้นมาจัดให้มีระบบ มีโครงสร้างเพื่อใช้งานโดยเฉพาะ การจัดข้อมูลโครงสร้าง แบ่งเป็น 4 ประเภท คือ ข้อมูล Array, set, record และ file
     แบบพอยน์เตอร์ เป็นข้อมูลที่เป็นดัชนีสำหรับระบุข้อมูลอื่น ๆ อีกครั้งหนึ่ง ข้อมูลแบบนี้จะซับซ้อน ค่าของข้อมูลแบบพอยน์เตอร์จะไม่เป็นตัวเลข, ตัวอักษร แต่จะมีค่าเป็น address ในหน่วยความจำ RAM ที่ข้อมูลถูกเก็บอยู่

 
กฎการตั้งชื่อตัวแปร
         1. ต้องไม่ซ้ำกับคำสงวน
         2. ต้องประกอบด้วยตัวอักษร, ตัวเลข
             และเครื่องหมายขีดล่าง ( _ ) เท่านั้น
         3. ต้องขึ้นต้นด้วยตัวอักษรหรือขีดล่างเท่านั้น
             ห้ามขึ้นต้นด้วยตัวเลข
         4. ต้องมีความยาวไม่เกิน 63 ตัวอักษร

edit @ 12 Jul 2011 23:21:48 by Perapat508

;

your code here